แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักเรียนทหาร-ตำรวจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักเรียนทหาร-ตำรวจ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หลักเกณฑ์การรับสมัครเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ปีการศึกษา 2558



          มาแล้วนะครับสำหรับน้องๆม.6 สำหรับผู้ที่มีความฝันอยากเป็นแพทย์ทหาร วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า(วพม.) ประกาศรับสมัครแล้วครับ
          ก่อนอื่นขอแนะแนวก่อนว่าแพทย์ทหารมาจากไหนบ้าง ขอแบ่งออกเป็น 3 สาย คือ
          1. สายตรง มาจากนักเรียนแพทย์ทหาร(นพท.)ประเภททุนกองทัพบก ของวพม.(เป็นวิทยาลัยเดียวในประเทศไทยที่ผลิตแพทย์ทหารให้กับทุกเหล่าทัพ) จะรับเฉพาะเพศชาย จำนวนปีละ 20 นาย (คัดตัวเมื่อจบปี 1 โดยพิจารณาจากผลสอบปี 1 เรียงตามลำดับ และพละศึกษา คือ ดันพื้น 32 ครั้งภายใน 2 นาที ลุกนั่ง 42 ครั้งภายใน 2 นาที วิ่ง 2 กม.ภายใน 11 นาที และว่ายน้ำท่ามาตรฐานต่อเนื่องได้ 25 เมตร) ซึ่งนักเรียนแพทย์ทหารประเภททุนกองทัพบกนี้จะได้รับการยกเว้นค่าบำรุงการศึกษา ค่าที่พัก ได้รับการแจกจ่ายเครื่องแบบ ได้รับเงินเดือน และเบี้ยเลี้ยง เมื่อจบหลักสูตรจะได้รับการบรรจุให้เข้ารับราชการทหารบกแน่นอน ยศร้อยตรี (เปรียบเป็นนายร้อยจปร.ทางแพทย์ก็น่าจะไม่ผิดนัก) และจะได้รับพระราชทานกระบี่ด้วย
          2. สายนักศึกษาแพทย์ จาก วพม. ต่างจากสายตรงข้อ 1. ตรงที่ ในกลุ่มนี้คือนักศึกษาแพทย์ประเภททุนส่วนตัว หรือทุนโครงการผลิตแพทย์เพิ่ม (ทุนกองทัพบกจะเรียกว่า นักเรียนแพทย์ทหาร) กล่าวคือ 80 คนไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงในรุ่นของวพม.นั่นแหละ แต่สอบไม่ได้เป็นทุนกองทัพบกหรือเป็นเพศหญิงที่ไม่มีสิทธิ์สอบ โดยตลอดการศึกษาจะศึกษาและฝึกทหารร่วมกับนักเรียนแพทย์ทหารทุกประการ(มีให้สมัครใจไปฝึกโดดร่มกับนายร้อยจปร.ด้วยทั้งชายและหญิง) แต่จะจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งค่าบำรุงการศึกษา(ปีละ 24,000บาท) ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องแบบเองทั้งหมด(แต่งเครื่องแบบทหารเหมือนทุนกองทัพบก) ทั้งนี้ก็ยังมีโอกาสได้เป็นแพทย์ทหารสูงอยู่เช่นกัน แต่ต้องเรียนให้จบก่อน เมื่อเรียนจบแล้วก็จะมีอัตราว่างของแต่ละเหล่าทัพมาให้เราได้บรรจุครับมีทั้งชายและหญิง มีทุกเหล่าก็แล้วแต่ว่าเราสอบได้ลำดับที่เท่าไหร่ของรุ่น ถ้าอันดับสูงก็เลือกก่อนจนครบจำนวนที่ได้รับจัดสรร ซึ่งโดยหลักแล้วก็แทบจะได้กันทั้งรุ่นนะ ส่วนคนที่ไม่ได้ก็จะได้บรรจุเข้ารับราชการใช้ทุนเหมือนจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยทั่วไป
          3. สายนักศึกษาแพทย์ใช้ทุน ในกรณีนี้คือเป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 ที่กำลังจะจบจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ แต่แทนที่จะใช้ทุนกับรัฐบาล ก็สมัครมาใช้ทุนกับ กองทัพแทน ซึ่งแต่ละปีก็จะมีเปิดรับสมัครทั้งกองทัพเรือ และกองทัพอากาศ จำนวนหลายอัตรา เพื่อปฏิบัติงานในโรงพยาบาลสังกัดของกองทัพ โดยจะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการทหารชั้นสัญญาบัตร(ต้องมีคุณสมบัติที่จะรับราชการทหารได้ด้วย เช่น บิดามารดามีสัญชาติไทยโดยการเกิด)

          ทีนี้เรามาว่ากันเรื่องหลักของเราครับ ปี 2558 นี้ก็เช่นกัน ในปีนี้ วพม.ประกาศรับแล้วจำนวน 100 นาย แบ่งเป็นทุนกองทัพบก(เฉพาะเพศชาย) จำนวน 20 นาย และทุนส่วนตัว(ทุนโครงการผลิตแพทย์เพิ่ม)จำนวน 80 นาย (ชาย 40 นาย หญิง 40 นาย) ตามประกาศนี้ https://docs.google.com/file/d/0B6cEhWxz8KA7MmNfVmd5d0FhVDQ/edit

          คุณสมบัติเบื้องต้น คือ
          - ชายหรืิอหญิง จบม.6 สายวิทย์-คณิต หรือกำลังศึกษาชั้นม.6 สายวิทย์-คณิต
          - อายุไม่เกิน 20 ปี (เกิดตั้งแต่ พ.ศ 2538)
          - เพศชายสูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม. รอบอกเมื่อหายใจเข้าไม่ต่ำกว่า 78 ซม. เมื่อหายใจออกไม่ต่ำกว่า 75 ซม. มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 50 กก.
          - หญิงสูงไม่ต่ำกว่า 150 ซม. มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 40 กก.
          - มีเชื่อชาติไทย สัญชาติไทยโดยการเกิด และบิดามารดามีสัญชาติไทยโดยการเกิด เว้นแต่ บิดาเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร หรือชั้นประทวน มารดาจะมิใช่ผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดก็ได้ (โดยการเกิด คือ เกิดในประเทศไทย)
          - เป็นโสด ทั้งพฤตินัยและนิตินัย
          - ไม่เป็นโรคที่ขัดต่อการรับราชการทหาร

          สำหรับคะแนนที่จะใช้ในการคัดเลือกนั้น จะเป็นดังนี้ครับ
          1. คะแนนวิชาเฉพาะของ กสพท. 30%
          2. คะแนนวิชาสามัญ 7 วิชา ของ สทศ. 70% (ไม่ใช่ O-NET นะครับ) จะรับสมัครประมาณเดือน พ.ย. 2557 ต้องติดตามที่ http://www.niets.or.th/ ทั้งนี้จะมีสิทธิ์ยื่นรับตรงกับวพม.ได้จะต้องมีคะแนนในแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 30 ด้วย
          3. คะแนน O-NET 5 วิชา ส่วนนี้ไม่ได้เอามาคิดคะแนน แต่ถ้าคะแนนรวมทุกวิชาต่ำกว่าร้อยละ 60  จะถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้เข้ารับการศึกษาแม้จะผ่านการสอบสัมภาษณ์และตรวจสุขภาพแล้วก็ตาม (จะนำคะแนนในข้อ1 และ2 มารวมกันแล้วเรียกสัมภาษณ์และตรวจสุขภาพก่อนคะแนน O-NET ประกาศ)


          ส่วนการสมัครนั้นค่อนข้างซับซ้อนนิดนึง แอดมินก็สรุปโดยคร่าวๆให้นะครับ น้องๆต้องทำตามขั้นตอนนี้ครับ
          1. สมัครสอบวิชาเฉพาะกับ กสพท. ตามรายละเอียดที่เวปไซต์นี้ http://www9.si.mahidol.ac.th/ รับสมัคร 1 - 31 ส.ค. 2557 ค่าสมัคร 700 บาท ชำระที่ ธ.ไทยพาณิชย์ 1 ส.ค. - 5 ก.ย. 2557
          2. สมัครสอบ 7 วิชาสามัญกับ สทศ. (ติดตามสมัครนะครับ ตามเวลาที่บอก)
          3. เข้าสอบ O-NET


    // ADMIN อัศวินน้อย //

The Road To Soldier & Police เส้นทางสู่อาชีพทหาร - ตำรวจ

วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2557

โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช รับสมัครนักเรียนโครงการช้างเผือก ประจำปี 2558



          โครงการช้างเผือกโรงเรียนนายเรืออากาศ ได้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนชายที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ มีที่ตั้งสถานศึกษาอยู่ในส่วนภูมิภาคและปริมณฑล มีผลการศึกษาดี และสนใจจะสมัครสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร (ในส่วนของกองทัพอากาศ) ได้มีโอกาสทดสอบความรู้ความสามารถทางวิชาการของตนเองโดยการสมัครเข้าร่วมโครงการช้างเผือก ฯ ซึ่งใช้ข้อสอบแนวเดียวกันกับการสอบภาควิชาการเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร (ในส่วนของกองทัพอากาศ) ทั้งนี้หากผ่านเกณฑ์และได้รับคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนโครงการช้างเผือก ฯ แล้ว จะได้รับสิทธิประโยชน์ของโครงการช้างเผือก ฯ ตามที่ทางราชการกาหนด

          โรงเรียนนายเรืออากาศ เปิดรับสมัครนักเรียนโครงการช้างเผือก ประจำปีการศึกษา 2558 ระหว่างวันที่ 1- 31 ตุลาคม 2557

การรับสมัคร (รับสมัครที่หน่วยสอบเท่านั้น) มี 2 ประเภท คือ
1. ประเภทช้างเผือก สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ ฯ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
          1.1 เป็นนักเรียนชายกำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีคะแนนเฉลี่ยสะสมในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 (ม.1 -ม.2) ของปีการศึกษา 2556 ไม่ต่ำกว่า 3.25 หรือมีคะแนนเฉลี่ยในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 ไม่ต่ำกว่า 3.25 และสถานศึกษาไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
          1.2 อายุ 14 – 17 ปีบริบูรณ์ คือ ผู้ที่เกิดระหว่าง พ.ศ. 2541 – 2544
          1.3 ผู้สมัคร บิดาและมารดาผู้ให้กำเนิด จะต้องมีสัญชาติไทยโดยกำเนิด
สิทธิประโยชน์ของนักเรียนโครงการช้างเผือก ฯ ประเภทช้างเผือก 
          1. ได้รับคะแนนเพิ่มพิเศษ ร้อยละ 4 ของคะแนนสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร (ในส่วนของกองทัพอากาศ) รอบสอง
          2. ได้รับเงินรางวัลสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการทำสัญญาเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ชั้นปีที่ 1 จำนวน 12 รางวัล ๆ ละ 20,000.-บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)
          3. ได้รับการยกเว้นค่าสมัครสอบภาควิชาการและค่าใช้จ่ายในการตรวจร่างกายรอบสอง ในการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร (ในส่วนกองทัพอากาศ)
          4. ได้รับการตรวจร่างกายเบื้องต้นก่อนทำการสอบภาควิชาการ โดยเน้นการตรวจเฉพาะร่างกายที่สำคัญ ซึ่งมีผลต่อการรับราชการทหาร เช่น ตาบอดสี, ยาเสพติด, เอดส์, ไวรัสตับอักเสบบี และไม่เคยทา Lasik มาก่อน เป็นต้น เพื่อสร้างความมั่นใจในการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร (ในส่วนของกองทัพอากาศ)
          5. สามารถสมัครเข้ารับคำแนะนำในการเตรียมตัวสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร (ในส่วนกองทัพอากาศ) โดยจะได้รับการสนับสนุนที่พักและอาหาร ระหว่างเข้ารับคำแนะนำ ฯ (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

2. ประเภทสมทบ ต้องชำระค่าสมัครเข้าร่วมโครงการ ฯ เป็นเงิน 250.-บาท (จะไม่คืนเงินค่าสมัครไม่ว่ากรณีใดๆ) ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
          2.1 เป็นนักเรียนชายกำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีคะแนนเฉลี่ยสะสมในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 (ม.1 -ม.2) ของปีการศึกษา 2556 ไม่ต่ำกว่า 2.25 และไม่จำกัดพื้นที่สถานศึกษา
          2.2 นักเรียนชายกำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ขึ้นไปหรือเทียบเท่า มีคะแนนเฉลี่ยสะสมในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.1 -ม.3) ไม่ต่ำกว่า 2.25 และไม่จำกัดพื้นที่สถานศึกษา
          2.3 คุณสมบัติเหมือนนักเรียนช้างเผือกในข้อ 1.2 และ 1.3
สิทธิประโยชน์ของนักเรียนโครงการช้างเผือก ฯ ประเภทสมทบ 
          ผู้สมัครประเภทสมทบที่มีคะแนนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด จะได้รับการยกเว้นค่าสมัครสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร (ในส่วนกองทัพอากาศ)

หลักฐานประกอบการรับสมัคร 
1. รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตา ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ติดใบสมัครและบัตรประจำตัวสอบ)
2. ใบสมัครเข้าร่วมโครงการ ฯ โดยกรอกข้อความตามความเป็นจริงให้ครบถ้วน และลงชื่อผู้สมัคร
3. สำเนาหลักฐานแสดงผลการศึกษา (ใบระเบียนการศึกษา (ปพ.1) หรือหนังสือรับรองการศึกษา (ปพ.7) หรือสำเนาสมุดรายงานประจำตัวนักเรียน) ที่ระบุคะแนนเฉลี่ย/เฉลี่ยสะสม ตามประเภทที่สมัคร พร้อมลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
4. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร พร้อมลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
หมายเหตุ หากผู้สมัครไม่มีหลักฐานการศึกษาที่ระบุคะแนนเฉลี่ยสะสมมาแสดง เจ้าหน้าที่จะไม่ดำเนินการรับสมัครให้

สถานที่รับสมัคร
1. โรงเรียนนายเรืออากาศ กรุงเทพ ฯ
2. กองบิน 1 จ.นครราชสีมา
3. กองบิน 2 จ.ลพบุรี
4. กองบิน 4 จ.นครสวรรค์
5. กองบิน 5 จ.ประจวบคีรีขันธ์
6. กองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี
7. กองบิน 21 จ.อุบลราชธานี
8. กองบิน 23 จ.อุดรธานี
9. กองบิน 41 จ.เชียงใหม่
10. กองบิน 46 จ.พิษณุโลก
11. กองบิน 56 จ.สงขลา
12. รร.การบิน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
13. ฝูงบิน 206 วัฒนานคร จ.สระแก้ว
14. สถานีรายงานบ้านเพ อ.บ้านเพ จ.ระยอง

กำหนดการรับสมัคร วันที่ 1 – 31 ตุลาคม 2557 (ในวันและเวลาราชการเท่านั้น)
กำหนดการสอบคัดเลือก วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2557 เวลา 12.00 – 16.00 น. ผู้สมัครสอบต้องเตรียมดินสอดำชนิด 2Bและยางลบในการสอบ

การแต่งกาย ชุดนักเรียน หรือ ชุดสุภาพ (ห้ามสวมรองเท้าแตะ)

การปฏิบัติในการสอบ ให้ปฏิบัติตามที่ เจ้าหน้าที่คุมสอบแจ้งให้ทราบ อย่างเคร่งครัด

วิชาที่สอบ มีคะแนนเต็ม 700 คะแนน ประกอบด้วย
     -วิทยาศาสตร์ (คะแนนเต็ม 220 คะแนน)
     -คณิตศาสตร์ (คะแนนเต็ม 220 คะแนน เกณฑ์ผ่านไม่น้อยกว่าร้อยละ 40)
     -ภาษาอังกฤษ (คะแนนเต็ม 160 คะแนน เกณฑ์ผ่านไม่น้อยกว่าร้อยละ 40)
     -ภาษาไทยและสังคมศึกษา (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)

ประกาศผลสอบ วันอังคารที่ 16 ธันวาคม 2557 โดยจะติดประกาศไว้ที่สถานที่รับสมัครทุกหน่วยสอบ
ทาง Internet ที่ www.rtafa.ac.th และ www.rtaf.mi.th

หมายเหตุ นักเรียนที่ผ่านเกณฑ์และได้รับคัดเลือกเป็นนักเรียนโครงการช้างเผือก ฯ ที่ประสงค์จะสมัครสอบคัดเลือกเป็นนักเรียนเตรียมทหาร(ในส่วนกองทัพอากาศ) จะต้องสมัครและเข้ารับการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร (ในส่วนของกองทัพอากาศ) เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป

ติดต่อสอบถามรายละเอียดการรับสมัคร ได้ที่ กองสถิติและประเมินผล โรงเรียนนายเรืออากาศ หมายเลขโทรศัพท์ 02 – 534 3624 -7, 02 – 534 4487 และ 02 – 534 – 4489

รายละเอียดเพิ่มเติมและใบสมัคร http://www.rtafa.ac.th/images/stories/elephant_58/procedure__from_elephant_58.pdf

วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ความคืบหน้า การรับสมัครนักเรียนนายสิบตำรวจ 2557

ความคืบหน้าการสอบนายสิบตำรวจ 2557 รอบพลเรือน

คาดว่าจะรับสายปราบปราม 5,000 อัตรา และสายอำนวยการ 700 อัตรา

ร่างแผนการปฏิบัติงาน
1. ออกประกาศรับสมัคร 26 มิ.ย. 57
2. รับสมัคร 4-28 ก.ค. 57 (นับอายุตามจริงในวันที่)
3. สอบข้อเขียน 10 ส.ค. 57
4. ประกาศผลข้อเขียน 21 ส.ค. 57
5. สอบภาคความเหมาะสมเฉพาะผู้ผ่านข้อเขียน 22 ส.ค. - 2 ต.ค. 57
ุ6. ประกาศผลรอบสุดท้าย 20 ต.ค. 57
7. นสต.รายงานตัวเข้าฝึก / สายอก.รายงานตัวเข้าปฏิบัติงาน 1 พ.ย. 57

ส่วนความคืบหน้าว่าภาคไหนรับเท่าไหร่ สายสอบไหนรับเท่าไหร่ ให้รอฟังข่าวต่อไปครับ (ที่แน่ๆเมื่อมีอก.ก็น่าจะมีรับผู้หญิงนะ รอฟังข่าวต่อไปครับ)



// ADMIN อัศวินน้อย //
The Road To Soldier & Police เส้นทางสู่อาชีพทหาร - ตำรวจ